ทำไม? อาหารไทย พวกสมุนไพรและเครื่องเทศ ถึงไปอยู่กับนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้

งานนี้ เชฟปู จะพาเราไปพบกับคำตอบที่ชวนหิวกัน

จากงาน Thaifex 2018 ที่ผ่านมา Blue Bear Uniform มีโอกาสได้นำชุดยูนิฟอร์มกลุ่ม RESTAURANT ของเราไปให้เชฟปูได้ใส่ ในการสาธิตการทำอาหารในงาน ซึ่งแน่นอนได้คำชม และคำแนะนำมากมายจากเชฟปู


เสื้อเชฟของ Blue Bear Uniform นี้ดียังไง? ถึงทำให้เชฟปู ยอมสละเวลามานั่งคุยกับเราแบบ Exclusive

ด้วยเสื้อยูนิฟอร์มเชฟที่ทำจาก ผ้า Teflon สะท้อนน้ำและน้ำมันจากการทำอาหารได้อย่างดีเยี่บม และมีฟังก์ชันพิเศษในการสวมใส่ โดยการตัดต่อผ้า Comfor-Tech เข้าไปที่บริเวณแขนและบ่าหลัง ซึ่งช่วยในการเคลื่อนไหวที่สะดวกมากยิ่งขึ้น ทำให้เรามีเรื่องนั่งคุยกับเชฟปู ทั้งเรื่องการทำอาหาร และเทคโนโลยีต่างๆ ที่ช่วยเรื่องอาหารในแบบฉบับของเชฟปู 


     เชฟปู ปูริดา ธีระพงษ์ 

     Food Design Chef

     อดีต Executive Chef ร้านอาหาร โอชา ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาอิสระ

     ด้วยประสบการณ์ หัวหน้าเชฟกว่า 18 ปี และเป็นเชฟหญิงคนแรก

     ที่ได้แชมป์เชฟผู้ท้าชิงจากรายการเชฟกระทะเหล็ก


“ ตั้งแต่ใส่เสื้อเชฟมา สิ่งหนึ่งซึ่งจะเกิดปัญหามากๆ คือ ร้อน เพราะว่าการทำงานในครัว มันเกิดอุณหภูมิของความร้อน ผ้าที่ใช้ต้องป้องกันทั้งไฟ ทั้งน้ำร้อน เสื้อที่ใส่ก็เลยมีความหนา เพราะถ้าบางไปก็จะไม่ปลอดภัย หนาไปก็จะร้อน

แต่เสื้อเชฟของ BLUE BEAR UNIFORM เป็นการตอบโจทย์สำหรับเชฟมาก ใส่แล้วรู้สึกสบายมาก เคลื่อนไหวสะดวก เวลาเราเอื้อมหรือทำอะไร ก็ไม่รู้สึกรั้ง และไม่ร้อน รู้สึกใส่แล้ว Comfortable

Comment แรกจากเชฟปู ที่ช่วยอธิบายถึงความ Comfortable ของชุดยูนิฟอร์มเชฟ จาก BLUE BEAR UNIFORM

“ และก็ระบายอากาศได้ดี ซึ่งเมื่อก่อนที่เชฟเคยอยู่ต่างประเทศ บางแบรนด์ที่ต่างประเทศเขานิยม ก็อาจจะมีลักษณะการออกแบบเสื้อลักษณะคล้ายๆ กับของ BLUE BEAR แต่ว่าในเมืองไทยตอนนั้นยังไม่เคยเห็น เพิ่งจะเห็นของ BLUE BEAR นี้ เป็นแบรนด์แรกที่ทำ พอใส่แล้วก็จะรู้สึกได้เลย โอ้วว!! โอเคเลย ดีมาก ใช้ได้เลย ”

เรื่องรูปทรงและการออกแบบภายนอก เป็นอย่างไรบ้าง?

“ ตรงปกก็มีแอบเซอร์ไพรส์ ว่า เอ๊ะ!? ไม่มีปกหรอ ตอนแรกกลัวว่าเวลาใส่แล้วก็จะไม่สวย แต่เมื่อใส่แล้ว ก็ไม่เลยนะ มันกลืนกับสรีระ แล้วก็ไม่รู้สึกว่ารำคาญตรงช่วงคอ เวลาเหงื่อออกหรือเวลาทำอะไรบางทีจะรู้สึกรำคาญ แต่ของ BLUE BEAR ไม่ทำให้รู้สึกแบบนั้น 

ที่สำคัญมีมิติของกระดุม ซึ่งสามารถดึงหรือขยาย ออกมาได้ทำให้ไม่รู้สึกว่าแน่นจนเกินไป เป็นการใส่ใจรายละเอียดในการผลิตสินค้า ที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้า ดูแคร์คนใส่ดีนะ อันนี้คือสัมผัสได้โดยส่วนตัวเชฟเลย

- ‘เพราะเวลาเชฟทำอาหาร เชฟก็จะแคร์คนกินเหมือนกัน เราจะสื่อได้ สัมผัสได้ถึงคนที่ตั้งใจทำอะไรสักอย่าง ’ -

More Function More Value ในแบบฉบับของเชฟปู เป็นอย่างไร?

“ ถึงจะเป็นเชฟอาหารไทยนะ แต่ก็มีเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยสร้างมูลค่าให้กับวัตถุดิบ อย่างเทคนิคการ slow cook ด้วยอุณหภูมิต่ำ เพื่อไม่ให้สูญเสียคุณค่าทางอาหาร อันนั้นคือ เทคโนโลยีที่เราได้รับมาจากต่างประเทศ ก็คือข้อดีของเขา

แต่ข้อดีของไทยเรา คือ เครื่องเทศและสมุนไพรที่เรามี... เครื่องปรุงทั้งหมด มี 4 ชนิด คือ ผัก เครื่องเทศ สมุนไพร และเครื่องปรุง อันพวกนี้เราต้องเรียนรู้เอง ศึกษาและหาจุดลงตัวของเทคโนโลยีในการทำ ทั้งอุณหภูมิที่เลือกใช้กับการใช้วัตถุดิบที่ถูกต้อง มันจะเป็นการเพิ่มมูลค่าของสิ่งที่ทำด้วย ”

ก็เหมือนกับการได้ใส่ชุดยูนิฟอร์มที่มีฟังก์ชั่นเพิ่มเติมจากปกติไหม? 

“ โดยพื้นฐานของเชฟเองนะ เชฟคิดว่าการใส่ยูนิฟอร์ม มันเหมือนเป็นการทำให้เราเคารพในอาชีพของเรา เหมือนทหาร เหมือนตำรวจ พอเราใส่ชุดมันทำให้รู้ว่าเราอยู่ในหน้าที่ มัน Automatic มันเป็นความภาคภูมิใจในหน้าที่ ใส่แล้วเหมือนองค์ลง ใส่แล้วของมันขึ้น ฮ่าๆๆๆ มันฮึดในหน้าที่ ผู้ช่วยทุกคนก็เหมือนกัน มันทำให้มีวินัยสูงขึ้น 

อย่างเสื้อเชฟของ BLUE BEAR เชฟกล้าพูดเลยนะว่า เมื่อก่อนเชฟสัมผัสกับเวทีต่างประเทศมา ทั้งคุณภาพ เนื้อผ้า อะไรหลายๆ อย่าง แล้วในเมืองไทยเองก็มีบริษัทหลายที่เอาเสื้อมาให้ใส่ แล้วเรายังรู้สึกไม่ใช่อะ ตอนแรกที่ทีมงานติดต่อมา เชฟก็บอกทีมงานว่า ขอดูตัวสินค้าก่อนนะ เพราะถ้าจะให้การันตีอะไร ก็ไม่กล้าพูดได้เต็มปาก ถ้าของไม่ดีจริง จะแนะนำอะไรให้ทุกคน เชฟต้องมั่นใจในสิ่งที่เชฟพูดออกไปให้คนฟัง ว่าสิ่งนั้นมันดีจริงๆ  ซึ่ง เสื้อเชฟจาก BLUE BEAR UNIFORM ก็ดีจริงๆ


ทางทีมงาน BLUE BEAR UNIFORM รู้สึกเป็นเกียรติ และดีใจมาก ที่มีโอกาสได้นั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกับเชฟปู รวมถึงได้ข้อคิดดีๆ คำแนะนำ และคำชมเชย ที่เป็นกำลังใจสำคัญให้เราได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ของเราให้ก้าวหน้าต่อไป

" ตราบใดที่เทคโนโลยียังไม่หยุดพัฒนา BLUE BEAR UNIFORM ก็ไม่หยุดเดินเช่นกัน... "


THANK YOU